ฤดูหนาวมาช้าและหนาวน้อยลง: ปรับโทนบ้านให้ "รู้สึกอบอุ่น" ด้วยวัสดุผิวไม้และหินโทนเอิร์ธ

กรมอุตุนิยมวิทยาคาดว่าฤดูหนาวของไทยตอนบนปีนี้จะเริ่มช้ากว่าปกติประมาณ 1 สัปดาห์ คือราวสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนตุลาคม และจะหนาวน้อยกว่าปีก่อน โดยอุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ยของภาคเหนือและภาคกลางอยู่ราว 22-23 องศาเซลเซียส สูงกว่าค่าปกติประมาณ 2 องศา โดยมี El Niño เป็นปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ช่วงที่เย็นที่สุดจะอยู่ปลายเดือนธันวาคมถึงต้นเดือนกุมภาพันธ์ ส่วนกรุงเทพฯ อาจลงไปประมาณ 19-21 องศา
พูดง่ายๆ คือหน้าหนาวปีนี้ไม่ได้หนาวจนต้องห่มผ้าหนาๆ แต่ลมแห้งและแดดอ่อนๆ ตอนเย็นก็ทำให้เจ้าของบ้านหลายคนอยากให้บ้านดูอบอุ่นขึ้น ซึ่งไม่จำเป็นต้องรื้อบ้านทั้งหลัง บ้านจะ "ให้ความรู้สึก" อบอุ่นได้จากการเปลี่ยนโทนสี แสงไฟ และพื้นผิววัสดุเพียงไม่กี่จุด บทความนี้รวบรวมแนวทางที่ทำได้จริงกับบ้านพักอาศัยก่อนเข้าสู่ช่วงปีใหม่

ผนังโทนครีมจับคู่ฝ้าและแผ่นไม้โทนอุ่น ช่วยให้บ้านดูอบอุ่นโดยไม่ต้องเปลี่ยนโครงสร้าง
3 องค์ประกอบที่ทำให้บ้านรู้สึกอบอุ่น
สิ่งที่ทำให้พื้นที่ดู "อุ่น" หรือ "เย็น" ส่วนใหญ่มาจาก 3 เรื่อง คือ โทนสีของวัสดุ แสงไฟ และพื้นผิว โทนสีกลุ่มไม้ ครีม เบจ ทราย และน้ำตาลอ่อนจะให้ความรู้สึกอบอุ่น ส่วนสีเทาเย็นหรือขาวจัดจะให้ความรู้สึกโปร่งแต่เย็นกว่า แสงไฟสีส้มนวลช่วยให้บรรยากาศผ่อนคลาย และพื้นผิวที่มีลวดลายธรรมชาติอย่างเสี้ยนไม้หรือเส้นหินจะทำให้พื้นที่ดูมีมิติและอบอุ่นกว่าผนังเรียบ

ฝ้าชายคาลายไม้คู่กับผนังโทนครีม ให้ความรู้สึกอบอุ่นตั้งแต่ทางเข้าบ้าน
เริ่มที่วัสดุผิวไม้: ฝ้าเส้นและระแนงลายไม้
วิธีที่เห็นผลเร็วที่สุดคือเพิ่มพื้นผิวไม้ในจุดที่มองเห็นบ่อย เช่น ฝ้าชายคา ฝ้าระเบียง หรือผนังข้างประตูทางเข้า ฝ้าเส้นและระแนงอลูมิเนียมของ Fameline ติดตั้งด้วยระบบ Snap Lock โดยไม่ต้องเจาะสกรู มีให้เลือกหลายสี จึงเลือกโทนที่เข้ากับตัวบ้านได้ ส่วนผนังภายในและภายนอกที่อยากได้ลุคไม้ก็มีผนัง WPC ลายไม้ให้เลือกใช้ ทั้งสองแบบไม่ต้องดูแลซับซ้อนเหมือนไม้จริง
ถ้าบ้านเป็นโทนขาวหรือโทนอ่อน ระแนงอลูมิเนียมสีขาวก็เป็นอีกทางเลือก ช่วยกรองแสงและเพิ่มความเป็นส่วนตัวโดยยังให้ความรู้สึกโปร่ง เบา ไม่ทำให้หน้าบ้านดูอึดอัด เหมาะกับบ้านที่อยากเน้นความสว่างมากกว่าโทนไม้ และเมื่อจัดคู่กับต้นไม้เล็ก ๆ จะช่วยให้บ้านดูนุ่มขึ้นอีกระดับ

ระแนงอลูมิเนียมสีขาวบนบ้านพักอาศัย ช่วยกรองแสงและให้ความรู้สึกโปร่งเบา

ฝ้าลายไม้โทนอุ่นใต้ชายคา ช่วยให้บ้านดูนุ่มขึ้นเมื่อมองจากภายนอก
หินและผนังโทนเอิร์ธ: ครีม เบจ ทราย
ถ้าอยากได้ความอบอุ่นที่ดูหรูและนิ่ง ผนังโทนครีมลายหินคือตัวเลือกที่ใช้ได้ทั้งภายในและภายนอกบ้าน Stone Veneer ของ Fameline เป็นหินธรรมชาติแท้ที่ตัดเป็นแผ่นบางและน้ำหนักเบา จึงติดตั้งบนผนังเดิมได้ง่ายกว่าหินก้อนเต็ม ส่วนผนัง MCM ให้พื้นผิวลายปูนเปลือยหรือลายหิน เหมาะกับคนที่ต้องการลุคมินิมอลโทนอุ่น ทั้งสองแบบเมื่อจับคู่กับฝ้าลายไม้จะได้บรรยากาศแบบเดียวกับภาพด้านล่าง ทั้งนี้บางลายของ Stone Veneer อาจต้องสั่งผลิต ควรสอบถามทีมงานเรื่องระยะเวลาก่อนวางแผนงาน

ผนังโทนครีมลายหิน ให้ความรู้สึกอุ่นแต่ยังดูหรู
แสงไฟช่วยเสริมให้ความอบอุ่นเด่นขึ้น
วัสดุโทนอุ่นจะดูดีขึ้นอีกเมื่อมีแสงไฟที่เหมาะสม ลองใช้หลอดไฟโทนวอร์ม ประมาณ 2700-3000K ติดตั้งใต้ฝ้าลายไม้ ใต้ชายคา หรือบริเวณขอบผนัง แสงจะตกกระทบเส้นลายวัสดุและสร้างบรรยากาศนุ่มๆ ในช่วงเย็น ข้อดีคือใช้ได้ทั้งทางเข้าบ้าน ระเบียง และบริเวณนั่งเล่นนอกบ้าน

ไฟโทนวอร์มใต้ฝ้าลายไม้ ทำให้ทางเดินริมสระดูอบอุ่นและน่าใช้งาน
เช็กลิสต์ 4 จุดที่เริ่มปรับก่อนปีใหม่
1) ผนังหรือประตูทางเข้า: เพิ่มระแนงหรือแผ่นผนังลายไม้เป็นจุดเด่น 2) ฝ้าชายคาและระเบียง: เปลี่ยนเป็นฝ้าเส้นลายไม้เพื่อให้เวลาเปิดไฟแล้วดูอุ่น 3) ผนังฟีเจอร์ในห้องนั่งเล่น: ใช้ Stone Veneer, MCM หรือผนัง WPC โทนครีมถึงเบจ 4) แสงไฟ: เปลี่ยนเป็นโทนวอร์มและซ่อนไฟตามแนววัสดุ จุดไหนเริ่มก่อนก็ได้ ไม่ต้องทำพร้อมกันทั้งหลัง
สรุป
หน้าหนาวปีนี้มาช้าและหนาวน้อยลง แต่การปรับโทนบ้านให้ดูอบอุ่นยังเป็นเรื่องที่คุ้มทำ โดยเริ่มจากวัสดุผิวไม้ ผนังหินโทนเอิร์ธ และแสงไฟโทนวอร์มเพียงไม่กี่จุด สนใจปรึกษาว่าบ้านของคุณควรเลือกลายและโทนสีแบบไหน ทักมาที่ Line OA @famelineretail หรือโทร 066-168-7151 / 094-783-4577 ได้เลย


